23 ตุลาคม 2561

ชมภาพอดีตและปัจจุบันสถานที่ในสงคราม D-Day

D-Day. หรือ ดี-เดย์ คือเหตุการณ์ยกพลขึ้นฝั่งที่นอมังดีประเทศฝรั่งเศสในช่วงสงครามโลก เกิดขึ้นในวันที่ 6 มิถุนายน 1944 ซึ่งการยกพลขึ้นบกครั้งมีทหารได้เสียชีวิตประมาณหมื่นกว่านายทำให้เหตุการณ์ในครั้งเป็นวันเชิดชูเกียรติทหารกล้า และนี่คือรูปช่วงสงครามและรูปในปัจจุบันเปรียบเทียบกันซึ่งถ้ายไว้โดย Chris Helgren ครับ
















ในยุคสงครามน้ำมะพร้าวใช้แทนเลือดสำรองได้!



ถ้าหากพูดถึงน้ำมะพร้าวผมเชื่อว่าคุณๆท่านๆผู้อ่านคงเคยได้ลิ้มชิมรสน้ำอันหอมหวานของมันมาอย่างแล้วแน่นอน (ซึ่งผมก็ชอบกินด้วย) แต่คุณรู้มั้ยครับ?ว่าน้ำมะพร้าวนอกจากรสชาติจะอร่อยแล้วยังใช้แทนเลือดได้ด้วยเอ๊ะยังไง? มาดูกัน


ในยุคสงครามเวียดนาม (บางก็ว่าสงครามโลกครั้งที่ 2) ทหารฝ่ายสหรัฐถูกบุกไล่ต้อนโดยฝ่ายทหารเวียดนามจนต้องหนีเอาตัวรอดเข้าไปอยู่ในดงป่ามะพร้าว ทหารสหรัฐมีคนปาดเจ็บเสียเลือดมากมายเลือดสำรองก็หมด ทำให้แพทย์สนามนี่ละครับจัดการสอยมะพร้าวลงมาแล้วปลอกเปลือกเอาแต่น้ำแล้วมาฉีดเข้าไปในตัวผู้ป่วยเพื่อใช้แทนเลือดที่เสียไป เนื่องจากน้ำมะพร้ามอุดมไปด้วยโปรแทสเซี่ยมและสารละลายไอโซโทนิก (สารละลายที่มีความเข้มข้นเท่ากับภายในเซลล์ ซึ่งไม่ทำให้เซลล์เสียรูปทรง พูดภาษาบ้านๆก็ไม่ทำให้เลือดเน่าหรือเลือดเสีย) จึงทำให้ผู้ป่วยไม่เป็นอันตรายนั่นเอง


มีคนเคยสงสัยว่าต้นมะพร้าวยิ่งสูงน้ำที่ได้ยิ่งบริสุทธิ์ใช่เรื่องจริงมั้ย? ผมขอบอกเลยว่าเป็นความจริงครับ เพราะมะพร้าวจะดูดน้ำผ่านรากและน้ำก็จะผ่านการกรองโดยลำต้นมาสู่ลูกมะพร้าว ยิ่งถ้าหากต้นยิ่งสูงน้ำก็จะผ่านการกรองหลายต่อหลายชั้น จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมน้ำมะพร้าวถึงบริสุทธิ์มากไงล่ะครับ


22 ตุลาคม 2561

ความน่ากลัวของ Little Boy และ Fat man


สวัสดีวันจันทร์ที่ 6 สิงหาคมครับ ในวันนี้สำหรับคนปกติทั่วไปอย่างเราเราท่านท่านอาจจะเป็นวันจันทร์วันแรกเริ่มต้นของสัปดาห์อันสุดแสนจะน่าเบื่อไร้ซึ้งสิ่งใหม่ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนไม่ผิดแปลกไปจากเดิมเรียกได้ว่าธรรมาดาสุดๆ แต่รู้มั้ยครับว่าวันนี้ในเกือบ 80 ปีที่แล้วเป็นวันที่สหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิด Little Boy ลงที่ประเทศญี่ปุ่นซึ่งสร้างความเสียหายเป็นอย่างมากจนถึงกับทำให้ประเทศญี่ปุ่นยอมแพ้กันเลยทีเดียวล่ะครับ


Little Boy หรือ ลิตเติ้ลบอย (แปลว่าเด็กน้อยเพราะมาจากรูปร่างที่ผอมและเรียวของระเบิด) 6 สิงหาคม พศ.2488 ลิตเติ้ลบอยระเบิดปรมาณูของทางฝั่งสหรัฐอเมริกาถูกบินมาทิ้งเหนือเมืองฮิโระชิมะของประเทศญี่ปุ่น ณ. เวลา 8:15 นน.ของเวลาประเทศญี่ปุ่น  สร้างความเสียหายเป็นอย่างหนักให้แก่ญี่ปุ่นเพราะระเบิดมีอนุภาคการทำลายล้างมหาศาลสร้างความตกใจให้แก่คนทั่วทุกมุมโลกเป็นอย่างมาก เพราะนี้คือระเบิดทำลายล้างที่ยังไม่เคยมีมาก่อน


ถัดมาอีก 3 วันให้หลังระเบิดลูกที่สองของสหรัฐอเมริกาก็มาถึงญี่ปุ่นอีกครั้งโดยระเบิดลูกนี้มีชื่อเล่นว่า Fat man หรือชื่อไทยก็คือ "ชายอ้วน" ถูกทิ้งลงเหนือเมืองนางาซากิความรุนแรงของระเบิดนั้นไม่ได้แตกต่างจากลูกแรกมากนัก เนื่องจากคำขู่ของสหรัฐอเมริกาว่าจะขนระเบิดมาลงญี่ปุ่นอีกพร้อมกับการตายของพลเรือนอันมหาศาลทำให้ญี่ปุ่นประกาศยกธงขาวขอยอมแพ้และเป็นอันปิดฉากสงครามโลกครั้งที่ 2 


เรื่องที่ผมจะเล่าต่อไปนี้ผมได้ยินมาจากอาจารย์ผู้สอนผมท่านเล่าให้ผมฟังและผมขอนำมาเล่าต่ออีกทีหนึ่งถ้าหากเรื่องนี้ผิดพลาดประการใดผมต้องขออภัย ณ ที่นี้ด้วย หลังจากที่สหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิดลูกแรกหรือลิตเติ้ลบอยเหนือเมืองฮิโระชิมะไปแล้วทางญี่ปุ่นจึงเกิดความหวาดกลัวต่อพลังทำลายล้างอันมหาศาลของระเบิดปรมาณูจึงได้ติดต่อไปขอยอมแพ้สหรัฐอเมริกาในทันที แต่ทว่าสหรัฐอเมริกากลับขนระเบิดลูกที่สองหรือแฟทแมนมาถล่มญี่ปุ่นอีกครั้ง พร้อมกับคำให้การหลังจบสงครามว่าตอนแรกที่ญี่ปุ่นติดต่อมาขอยอมแพ้สัญญาณไม่ดีและขัดข้องเลยทำให้ไม่รู้ว่าจะขอยอมแพ้จึงได้นำระเบิดลูกที่สองไปทิ้งต่อทันที แต่มีข่าวลือกันว่าที่จริงสหรัฐอเมริกาได้รับข้อความยอมแพ้แล้วแต่แกล้งเมินเฉยเพื่อที่จะทดลองระเบิดลูกที่สองเพียงแค่นั้นเองครับ.


ตำนานหมากฝรั่ง จากอดีตสู่ปัจจุบัน


ถ้าหากพูดถึงหมากฝรั่งคงจะบอกได้ว่าคงจะไม่มีใครไม่รู้จัก เนื่องด้วยรสชาติที่หอมหวาน หนึบหนับยามเคี้ยว ทำให้หมากฝรั่งเป็นขนมสุดโปรดของเหล่าบรรดาเด็กๆและผู้ใหญ่ไปโดยปริยาย แต่คุณผู้อ่านรู้มั้ยครับว่ากว่าจะมีหมากฝรั่งให้ได้เคี้ยวกันแบบทุกวันนี้หมากฝรั่งได้ทำจากยางไม้มาก่อน ยังไง?มาดูกัน


ตำนานของหมากฝรั่งนั้นคาดการว่ามาจากชาวอินเดียนแดงที่นิยมเอายางของต้นไม้บางชนิดไม่ทราบแน่ชัดมาเคี้ยวเล่นและยางไม้นี่ก็ยังเป็นที่นิยมมากๆในหมู่อินเดียนแดงด้วยกัน บางตำนานก็เล่าว่ามีนายพลนามว่า อัลโตนิโอ โลเปซ เอก ซานตาอันนา ( antonio lopez de santa anna ) นายพลแห่งประเทศเม็กซิโก ในวันหนึ่งนายพลซานตาอันนาจากที่อยู่เม็กซิโกได้ย้ายเข้ามาอยู่ในอเมริกาท่านพลซานตาอันนาแกได้พกยางไม้จากเม็กซิโกมาเคี้ยวเล่นด้วยนั้นทำให้ไปสดุดตานาย โทมัส อดัมส์ ที่เป็นนักถ่ายภาพและนักประดิษฐ์ นายโทมัสจึงปิ๊งไอเดียขึ้นมาจึงได้ทำหมากฝรั่งแบบยางไม้ขายดูในปี ค.ศ. 1871 โดยหมากฝรั่งของนายโทมัสนั้นเป็นก้อนกลมและไม่มีกลิ่นไม่รสชาติโดยราคาอยู่ที่เม็ดล่ะ 1 เพนนีและดูเหมือนกิจการหมากฝรั่งยางไม้ของนายโทมัสจะได้ผลกิจการของนายโทมัสนั้นรุ่งเรืองพอสมควรครับ


ถัดมาใน ค.ศ. 1875 ไล่เลี่ยกันนั้นมีเภสัชกรนามว่า จอห์น คอลแกล ได้ลองทำการประดิษฐ์หมากฝรั่งขึ้นมาใหม่โดยใส่รถชาติให้แก่หมากฝรั่งลงไปด้วย โดยรสชาติส่วนใหญ่ที่หมอจอห์นใส่ล้วนมีสรรพคุณทางยาแทบทุกรสหรือพูดง่ายๆว่าหมากฝรั่งที่เป็นยานั่นเอง ผ่านไปนับร้อยๆปีหมากฝรั่งเริ่มวิวัฒนาการไปเรื่อยๆ เช่นรสชาติที่เพิ่มมากขึ้น กลิ่นที่มีให้เลือกหลาดหลาย จนถึงทุกวันนี้หมากฝรั่งยางไม้ไม่มีให้เหลือให้เห็นต่อไปแล้ว เพราะหมากฝรั่งในปัจจุบันเป็นยางสังเคราะห์หมดแล้วครับ!


เด็กหญิงลูกครึ่งวัย 8 ขวบ พบดาบนับ 1,000 ปี


เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่ามีเด็กหญิงนามว่า Saga Vanecek อายุ เพียงแค่ 8 ขวบ ลูกครึ่งสวีเดน-อเมริกัน ได้ไปค้นพบดาบยาวอายุนับ 1,000 ปีในแม่น้ำ Vidöstern เมือง Tånnö  จังหวัด Småland ของสวีเดนเข้าครับ


Vanecek หรือเด็กหญิงผู้พบดาบเล่าว่า ในวันนั้นเธออยู่ในช่วงพักร้อนเลยไปเดินเล่นแถวแม่น้ำ ปรากฏว่าเธอเดินไปสะดุดอะไรบางอย่างซึ่งเธอก็คิดว่าเป็นแค่เศษกิ่งไม้ธรรมดาๆ กิ่งหนึ่ง แต่เมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้ๆเริ่มเอะใจสงสัยว่าทำไมกิ่งไม้ถึงมีสนิมเกาะได้ ทำให้เธอดึงกิ่งไม้นั้นขึ้นมาปรากฏว่ามันคือดาบที่อายุนับพันปีนั้นเอง



โดยดาบเล่นนี้ถูกค้นพบตั้งแต่เมื่อเดือนที่แล้ว แต่ที่ไม่เห็นมีข่าวนั้นเพราะว่านักข่าวได้พยายามปกปิดเรื่องนี้เพื่อที่จะส่งดาบเล่มนี้ไปทำการวิจัยเกี่ยวกับอายุของมันนั้นเองครับ และในตอนนี้ดาบถูกเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์ Jönköpings Läns ครับ



โดยรายละเอียดของดาบที่ค้นพบมีความยาวอยู่ที่ 33 นิ้ว (84 เซนติเมตร) ทำมาจากเหล็กและไม้ และถูกคาดการว่าดาบเล่มนี้ถูกตีขึ้นมาก่อนยุคไวกิ้งเสียอีกครับ


ตะเกียบ สิ่งของคู่ประวัติศาสตร์จีน


ตะเกียบอยู่คู่กับประวัติศาสตร์ของประเทศจีนมาอย่างช้านานมากกว่า 4,000 ปี ถึงขนาดทีว่าเป็นสัญลักษณ์อันมีมาแต่อดีตอันยิ่งใหญ่ของประเทศจีนเลยก็ว่าได้ และวันนี้ผมจะขอนำเสนอประวัติศาสตร์ของเจ้ากิ่งไม้ไผ่สองท่อนที่ปัจจุบันเป็นสัญลักษณ์ของประเทศจีนไปแล้วครับ


มีเรื่องเล่าสืบทอดกันมาอย่างยาวนานว่า ต้าอวี่ (大禹) ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์เซี่ยเป็นผู้คิดค้นตะเกียบขึ้นมา หลังจากต้าอวี่สามารถพิชิตอุทกภัยน้ำท่วมได้เป็นผลสำเร็จก็ได้หาหนในทางแก้ปัญหาให้พสกนิกรที่ปกครองดูแลหันมารับประทานอาหารที่สุกแทนอาหารดิบ แต่เนื่องด้วยประเทศจีนเป็นประเทศที่มีอาการหนาวเย็นทำให้การกินอาหารของประชาชนจะกินในช่วงที่ยังร้อนๆอยู่ แต่ทว่าต้มซุปเดือดๆ ปิ้งร้อนๆ ไม่สามารถใช้มือในการหยิบจับขึ้นมากินได้ดังนั้นต้าอวี่จึงได้หักกิ่งไม้ไผ่มาสองท่อนแล้วใช้คีบอาหารที่ร้อนๆขึ้นมารับประทานและแล้วตะเกียบก็ถูกใช้ติดต่อกันมายาวนานต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่นจนมาถึงปัจจุบันนี้ และนี่คือประวัติของตะเกียบครับ


Plague Doctor หมออีกาดำ

Plague Doctor หรือ หมออีกา คือหมอรักษาโรคระบาดและกาฬโรคที่ยุโรปในประเทศฝรั่งเศสช่วงศตวรรษที่ 14 หมออีกาแท้จริงแล้วมิใช่หมอที่ผ่านการสำเร็จการศึกษาความรู้แต่อย่างใดแต่เป็นผู้ที่ไม่สำเร็จการศึกษาหรืออีกนัยหนึ่งก็คือหมอเก๊ โดยหมออีกาจะรักษาผู้ป่วยอาศัยตามการลองผิดลองถูก


ในยุคสมัยนั้นมีการระบาดของโรคที่รุนแรงมากผู้คนล้มตายกันว่าเล่น ทำให้งานหมออีกาผู้ที่รักษาโรคระบาดได้ต้องการตัวเป็นอย่างมาก ทำให้มีทั้งหมอจริงหมอปลอมปะปนกันไปทั่วเพราะการเป็นหมออีกานั้นร่ำรวย แต่ต้องแลกมากับการต้องเสี่ยงตายไปพร้อมๆกัน ทั้งเสี่ยงตายจากโรคระบาด และเสี่ยงตายจากการลักพาตัวเพราะหมออีกาในสมัยนั้นค่าจ้างค่อนข้างแพง ผู้ที่ไม่มีตังรักษามักจะอุ้มและขู่บังคับให้หมออีการักษาให้อยู่บ่อยครั้ง



ทางด้านชุดของหมออีกาจะเป็นชุดคลุมทั้งตัวเพื่อไม่ให้ติดจากโรคระบาด และใช้ไม้เท้าในการักษาเพื่อไม่ให้สัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วย และที่สำคัญที่สุดหน้ากากของหมออีกาจะมีจงอยแหลมคล้ายปากนกยื่นออกมา ก็เพื่อใช้ใส่สมุนไพรที่มีกลิ่นหอมฉุนเช่น อำพันทะเลใบสะระแหน่ กำยาน มดยอบ ทิงเจอร์ฝิ่น กลีบกุหลาบ การบูร กานพลู
เพราะหมออีกาเชื่อว่ามันสามารถฆ่าเชื้อในอากาศได้ และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ครับมันฆ่าเชื้อในอากาศได้


อาหารสุดอี๋ ต้อนรับ Halloween


วันฮาโลวีน (Halloween) คือความเชื่อของประเทศทางฝั่งยุโรป ที่ว่าวันฮาโลวีนเป็นวันปล่อยผีมีวิญญาณเร่ร่อนอยู่ทุกที และวิญญาณเหล่านี้ต่างจ้องที่จะสิงผู้คนจึงเกิดความเชื่อว่าให้แต่งชุดผีเพื่อป้องกันผีสิง และเพื่อต้อนรับวันฮาโลวีนที่จะมาถึงในอีกไม่กี่วันนี้ ผมขอนำเสนออาหารที่ถูกปรุงขึ้นใหม่เพื่อต้อนรับฮาโลวีนครับ อร่อยหรือไม่อันนี้ไม่รู้แต่รับประกันอี๋ทุกเมนูแน่นอนครับ

เยลลี่หนอนกับขนมปังช็อกโกแลต

ฮ็อตดอกมัมมี่

มาชโมลโล่กับเนยถั่วขี้หู

กัวกาโมเลอ้วก

เค้ก....แมว

คุกกี้นิ้วแม่มด

เค้กไส้

สตรอเบอร์รี่เค้กเด็กอ่อน

คุกกี้....

เยลลี่สมอง

คุกกี้ลูกกรอก

เค้กงู

คุกกี้ที่ปิดแผล

แตงโมหัวกะโหลก

ไม่รู้เหมือนกันครับ ฮ่าๆๆ 

(อาหสรแนวเคี่ยว แล้วใส่แขนเด็ก)

ครีมชีตและวอลนัทแมลงสาบ

เยลลี่หัวใจ

เค้กไก่ดิบ

ซี่โครงฮาโลวีน

เนื้อกับใข่คนรูปมือ

ที่มา : 9GAG